อัคราช 的个人资料@^@ BUZ @^@ Harry Potter...照片日志列表更多 工具 帮助

ภมรพล อัคราช

职业
尚未添加列表。

@^@ BUZ @^@ Harry Potter and the Deathly Hallows

10月5日

เป็นอิสระ

สอบเสร็จแล้ววันนี้............วะละฮ่า
 
รักตาปูมสุดหัวใจ
8月14日

ฤกษ์ดี

ได้หยุดยาวอีกสัก 2 อาทิตย์ก้อดีเหมือนกัน เนอะ ได้พักผ่อน หลังจากที่คะแนนสอบหลายๆวิชาออกมากระแทกหัวใจ ให้เรียกหาน้ำใบบัวบกแทบไม่ทัน -*- บ่นๆๆๆ วันแรกที่เริ่มเรียนวิชาคณะ ก้อรู้สึกว่าทำไมวิชาแต่ละวิชามันถึงอ่อนขนาดนี้ ถ้าเทียบกับที่เรียนที่ศาลายาแบบว่าเทียบไม่ติดอะ ที่ศาลายาโหดกว่าเยอะ (นี่ความรู้สึกเริ่มแรก) เพราะแต่ละวิชา เหมือนว่าอาจารย์จะอินโทรง่ายมากๆ เหมือนสอนเด็กมัธยม สองหรือสามสัปดาห์ หลังจากนั้นก้อยังรู้สึกเบๆอยู่ ลั้นลาไปวันๆ ไม่สนใจ เนื้อหาก้อยังง่าย ไม่ต้องฟังก้อทำได้ (กำ -*-ตอนนั้นคิดอย่างนั้นจิงๆๆ) เหตุมันเริ่มขึ้นตอนก่อนสอบ 1 เดือน ผลปรากฎออกมาว่า ไอ้ที่ฟังอินโทรตอนแรกน่ะ มันง่าย แต่ตอนหลังที่ไม่ได้ฟังอะดิ มันยาก แถมเยอะ เวนจิงๆ ผลสอบจึงออกมาอย่างที่ปรากฎให้ขายขี้หน้า เพื่อนคณะแต่ละคนก้ออ่านหนังสือกันอย่างบ้าคลั่ง ดึงมีนสูงอีก อันนี้แย่หนัก เง้อ... หลังจากสอบเสร็จ ก้อมีกีฬามหาวิทยาลัยโลก ทำให้พวกเราชาวมหิดลได้รับอานิสงค์แจมกะเค้าด้วย 2 อาทิตย์ คริๆ แต่อาทิตย์แรกก้อยังไม่ได้กลับบ้านอ่ะ เพราะว่าน้าจะต้องผ่าตัด แล้วไม่มีคนเฝ้า ทุกคนในครอบครัวปรึกษากัน ลงล๊อคเหมาะเหม็ง เป็นอันว่าฉันนี่แหละเหมาะสุด น้าผ่าตัดมดลูกทิ้ง ไปทั้งมดลูกแต่หมอเหลือรังไข่ไว้ให้ข้างนึง เพราะว่ามีก้อนเนื้อ 1 ก้อน 10 ซม เกาะที่มดลูก แล้วมีอีก 1ก้อนน้ำ 3 ซม เกาะที่รังไข่ ใช้เวลาผ่าตัดตั้งแต่ 2 ทุ่มออกมาจากห้องผ่าตัดตอน 5 ทุ่มพอดี แล้วใช้เวลาพักตัวที่โรงพยาบาลศรีวิชัย 2 คืน หมอก้อให้ออกพักตัวที่บ้าน หลังจากนั้นก้อได้กลับบ้าน ดูทีวี เล่นเน็ต ให้ชุ่มปอด ชุ่มม้าม - อยากจะเจอเพื่อนๆ KS ทุกคนนะ - เพื่อน PH เจอกันเปิดเรียนนะ บ๊ายบาย
6月18日

สำรวม

3 วัน 2 คืน ที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย  อยุธยา  ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด
 
 
 
ยุบหนอ
พองหนอ
อยากนั่งหนอ
อยากยืนหนอ
ซ้ายย่างหนอ
ขวาย่างหนอ
 
 
 
 
 
 
ขอเพ้อเจ้อหน่อย
   
    แม่ครัวทำอาหารอร่อยจัง.....ชอบ
    ทำไมห้องน้ำเยอะจัง  แต่ไม่ยักกะมีน้ำซักห้อง
    ยังปวดตูดได้มากกว่านี้อีก
    ทำไมยอชจัง ถึงเป็นขวัญใจมหาชน  มหาชนหลั่งไหลไปหาประมาณ 3-4 รอบ (เมื่อไหร่กูจะได้นอน)
    ได้กินข้าวโต๊ะเดียวกะมิสสโมด้วยหละ (เป็นเกียรติๆ)
    ถ้ามีใครมาถีบเรา อย่าโกรธ เพราะเราไม่เจ็บ จิตต่างหากที่เจ็บ
    ทำไมห้องผู้หญิง 1 แอร์ 3 คน 1 ห้องน้ำ  แต่ห้องผู้ชาย 20 แอร์ 70 คน 10 ห้องน้ำ
    พระอาจารย์เข้ามาดัดหลังประมาณ 5 รอบ  หลังตรงทำให้บุคลิกดี  รับทราบครับ
    ทางที่เดินไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ  แต่โรยไปด้วยกรวด (ขอใส่รองเท้าได้ปะ)
    ตอนนั่งสมาธิ ทำไมต้องผงกหัว  กูต้องผงกด้วยปะ  อ่อ มันหลับ
    ขาไปนั่งรถแอร์  ขากลับถูกไล่แห่ไปรถธรรมดา  เซ็ง
    พอเถอะ.....
 
    
   
   
 
5月2日

comic

  
-
โคนันเปิดตัวครั้งแรกเมื่อยังเป็นเด็ก
- ป่านนี้มาถึงเล่มที่ 50 แล้ว
- ยังไม่มีวี่แววว่าจะจบ
 
 
คุณคิดว่าคุณจะตายก่อนโคนันจบหรือโคนันจะจบก่อนคุณตาย ???????
 
 
 
4月9日

ข่าวลือ แฮร์รี่ เล่ม 7

ข่าวลือเล่ม 7 ..!

                 เปิดฉากที่งานแต่งงานของบิลและเฟลอร์ หลังงานแต่ง แฮรี่ลาเพื่อนๆ เพื่อที่จะตามหา Horcruxes และไม่กลับไปฮอกวอร์ต แม้ว่าเพื่อนๆจะขอติดตามไปด้วย แต่แฮรี่ก็แอบหนีไปคนเดียว ฮ็อกวอร์ตถึงแม้จะยังเปิดสอนภายใต้อาจารย์ใหญ่คนใหม่ มัคกอลนากัล แต่นักเรียนที่กลับมาในปีนี้ ก็ลดจำนวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด D.A. กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ห้องลับเป็นชมรมอีกแล้ว เพราะอาจารย์ในโรงเรียนต่างก็ยอมรับ และกลุ่ม Order of Phenix ผลัดกันมาช่วยสอน ทำให้วิชา Defense against dark art ของกลุ่มพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเนวิลล์ และจินนี่ และกลุ่ม D.A. ก็เฝ้ารอว่าสักวัน แฮรี่จะส่งสัญญาณให้พวกเขาเข้าช่วยในการปราบโวลเดอร์มอร์ ฝ่ายแฮรี่ ได้รับการช่วยเหลือจากบุคคลลึกลับ ทำให้รู้การเคลื่อนไหวของโวลเดอร์มอร์ และสามารถขัดขวางโวลเดอร์มอร์ได้หลายครั้ง รวมถึงร่องรอยของ R.A.B. ด้วย และเมื่อตามรอย R.A.B ไปถึงอัซคาบัล เขาจึงค้นพบว่า R.A.B. แท้จริงคือน้องชายของซีเรียส แบล็ค ที่ถูกคุมขังในอัซคาบัล ซึ่งได้ตายไปแล้ว โดย R.A.B. ซึ่งเป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของโวลเดอร์มอร์ เป็นผู้ช่วยของโวลเดอร์มอร์ในการทำ Horcruxes และนำไปซ่อน แต่ต่อมา R.A.B. ระแวงว่าโวลเดอมอร์กำลังจะกำจัดเขา เพื่อปิดปากไม่ให้เรื่อง Horcruxes รั่วไหล เขาจึงแอบไปเก็บ Horcruxes มาเปลี่ยนที่ซ่อน โดยเขารู้ Horcruxes จำนวนห้าชิ้น(อีกสองชิ้นคือตัวโวลเดอร์มอร์ และงู) และได้กระจายไปยังญาติๆตระกูลแบล็คเพื่อเก็บรักษา (ไดอารี่เก็บไว้ที่แม่ของมัลฟอย) แฮรี่ขอความช่วยเหลือจากท็องส์เพื่อสืบหาคนในตระกูลแบล็ค ที่น่าจะเก็บของที่เหลืออีกสามชิ้น (สองชิ้นเจอแล้ว) และพบว่าชิ้นหนึ่งอยู่ที่เบลลาทริกซ์ ซึ่งแฮรี่และท็องส์สามารถกำจัดเบลล่า และทำลาย horcruxes ได้ อีกชิ้นหนึ่งเป็นสมบัติของซีเรียส แบล็ค ที่อยู่ใกล้ตัวแฮรี่มากๆ แต่แฮรี่มองข้ามไป จนกว่าจะรู้ตัวก็เกือบไม่ทัน ( R.A.B ก็เข้าใจว่าซีเรียสเป็น Dead eater จึงเก็บไว้กับซีเรียสส่วนนึง) และอีกส่วนหนึ่งซึ่งยังหาไม่เจอ และคาดว่า R.A.B.จะเก็บไว้เอง
ในขณะเดียวกันที่ฮอกวอร์ต เฮอร์ไมโอนี่ (ซึ่งติดต่อกับแฮรี่ และรู้เรื่องราวโดยตลอด)
ก็จับสังเกตในตัวครีเชอร์ได้ และสันนิษฐานว่า Horcruxes อีกชิ้นซ่อนอยู่ในบ้านของแบล็คที่ปัจจุบันตกเป็นของแฮรี่ แฮรี่กลับไปที่บ้านเลขที่ 12 และค้นหาจนเจอ Horcrux
และทำลายจนสำเร็จ และเขารู้ว่าถ้าเขาฆ่างูได้สำเร็จ โวลเดอร์มอร์ก็จะเหลือแค่ชีวิตเดียว
ด้วยความช่วยเหลือของบุคคลลึกลับ แฮรี่สามารถแฝงกายเข้าไปในที่กบดารของโวลเดอร์มอร์ได้ และเขาพยายามหาทางฆ่างูของโวลเดอร์มอร์จนสำเร็จ และขณะจะเข้าไปลุยโวลเดอร์มอร์แบบยอมตาย(เพราะเข้าใจว่าเหลือจิตเดียวแล้ว) แต่โดนสเนปขัดขวาง ด้วยความโกรธแค้น แฮรี่ฆ่าสเนปจนตาย ก่อนพบว่านี่เป็นกับดักที่ล่อให้เขามาติดกับ
แต่ทันใดนั้นมัลฟอยก็โผล่มาช่วยแฮรี่ได้ทัน และหนีไปที่ฮอกวอร์ต ที่ฮอกวอร์ต มัลฟอยเล่าให้ฟังว่าสเนปคือคนที่ส่งความเคลื่อนไหว ของโวลเดอร์มอร์ให้แฮรี่ และ Order of Phenix มาโดยตลอดอย่างลับๆ ทำให้โวลเดอร์มอร์ไม่สามารถทำอะไรได้สะดวก แฮรี่ไม่ยอมเชื่อจนพบความทรงจำของดัมเบิลดอร์ และพบว่าเป็นตอนที่ดัมเบิลดอร์ขอร้องให้สเนปฆ่าเขา เพื่อแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มโวลเดอร์มอร์ได้สนิท มัลฟอยเล่าให้ฟังว่าสเนปสามารถโน้มน้าวมัลฟอยให้ถอนตัวจาก Dead eater ได้ แต่โวลเดอร์มอร์ก็สงสัย จึงวางแผนให้สเนปส่งข่าวผิดๆ ให้แฮรี่เพื่อวางกับดัก เพื่อล่อทั้งแฮรี่และสเนป และมัลฟอยยังบอกอีกว่างูไม่ใช่ Horcrux ที่แท้จริง แต่โวลเดอร์มอร์หลอกให้แฮรี่ตายใจเท่านั้น สรุป ยังมี horcrux ที่หลงเหลืออยู่ และไม่รู้ว่าเป็นอะไร แฮรี่เสียใจมากที่ตัวเองฆ่าเสเนปไป
ทันใดนั้น โวลเดอร์มอร์ และ กลุ่ม Dead eater ก็บุกเข้ามาในฮอกวอร์ต
กลุ่ม D.A. ช่วยกันสู้เต็มที่แต่ก็ต้านไว้แทบไม่ไหว โวลเดอร์มอร์ไล่ล่าแฮรี่ด้วยตัวเอง
จนเหลือแต่แฮรี่และเนวิลล์ในห้องของอาจารย์ใหญ่ และตัวโวลเดอร์มอร์ โวลเดอร์มอร์เฉลยว่า Horcrux อีกอันนึงก็คือแผลเป็นบนหน้าผากแฮรี่ (โดยการฆ่าเจมส์ พอตเตอร์เพื่อสร้าง horcrux นี้) และเป็น Horcrux ที่จะทำให้โวลเดอร์มอร์ชนะ เพราะจากคำทำนาย จะมีผู้รอด ชีวิตเพียงคนใดคนหนึ่ง ซึ่งถ้าแฮรี่รอด นั่นก็หมายถึงโวลเดอร์มอร์รอดด้วย ซึ่งจะไม่เป็นตามคำทำนาย ฉะนั้นแฮรี่จึงต้องเป็นฝ่ายตาย แฮรี่ยังคงสู้กับโวลเดอร์มอร์เต็มที่ แม้จะได้ยินอย่างนั้น เขาใช้ดาบกริฟฟินดอร์สู้กับโวลเดอร์มอร์
ก่อนจะโยนดาบให้เนวิลล์และร้องบอกให้เนวิลล์แทงโวลเดอร์มอร์ โวลเดอร์มอร์มัวแต่ระวังแฮรี่จึงโดนเนวิลล์แทงจนตาย แฮรี่บอกเนวิลล์และทุกคนว่าคำทำนายจริงๆหมายถึงเนวิลล์ ไม่ใช่แฮรี่ (แต่โวลเดอร์มอร์ไม่รู้ เพราะเขาได้ยินคำทำนายมาจากสเนปอีกที ซึ่งไม่ครบถ้วน ทำให้เขาคิดว่าเป็นแฮรี่) แต่ที่แฮรี่มีอำนาจพิเศษต่างๆเช่นภาษางู
หรือเชื่อมจิตใจกับโวลเดอร์มอร์ได้เป็นเพราะแผลเป็นซึ่งเป็น horcrux นั่นเอง และพอเขารู้ตัวว่าเป็นเพราะเหตุนี้ จึงคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ที่เนวิลล์ (ซึ่งไม่อยู่ในสายตาโวลเดอร์มอร์) อาจเป็นคนในคำทำนายก็ได้ ซึ่งเขาคิดถูก แฮรี่รู้ตัวว่า Horcrux แผลเป็นกำลังมีพลังมากขึ้น และกำลังจะครอบงำเขา ให้เขาเป็นโวลเดอร์มอร์ต่อไป จึงขอร้องให้เนวิลล์กำจัดเขาอีกคน เนวิลล์ไม่ยอม แฮรี่จึงบอกว่าหลายคนเสียสละชีวิตเพื่อกำจัดลอร์ดโวลเดอร์มอร์ ดัมเบิลดอร์ สเนป ซีเรียส รวมถึงพ่อและแม่ของเนวิลล์ ซึ่งการตายของแฮรี่เทียบไม่ได้กับคนอื่น เนวิลล์กลั้นใจกำจัดแฮรี่ ที่งานศพของแฮรี่ ป้าเพ็ตทูเนียมาร่วมงานศพ และเล่าให้ทุกคนฟังว่า โวลเดอร์มอร์ขณะเป็นทอม ริดเดิ้ล ได้พบรักกับหญิงธรรมดาคนหนึ่ง และมีลูกสาวสองคน แต่พอทอมเริ่มเปลี่ยนมาเป็นโวลเดอร์มอร์ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเริ่มทนไม่ได้ และหนีไปโดยความช่วยเหลือของดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์ช่วยให้เธอหลบซ่อน เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม และใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาที่สุด ลูกสาวคนโต ซึ่งเป็นสควิป ไม่มีเวทมนตร์ใดๆและเกลียดโลกของเวทมนตร์มาก
แต่ลูกสาวคนเล็ก ซึ่งมีวี่แววความเป็นแม่มดตั้งแต่เด็ก ได้เข้าเรียนในฮอกวอร์ตภายใต้
ชื่อลิลลี่ อีแวน ซึ่งตอนที่โวลเดอร์มอร์ฆ่าเจมส์ และกำลังทำ horcrux บนตัวแฮรี่ ลิลลี่เข้ามาขัดขวาง และด้วยพลังความรักของแม่ และความเป็นสายเลือดเดียวกันกับโวลเดอร์มอร์ ทำให้เมื่อโวลเดอร์มอร์จะกำจัดลิลลี่ เกิดพลังย้อนกลับทำร้ายโวลเดอร์มอร์จนร่างกายสูญสลายไป และเนื่องจากเหลือแฮรี่คนเดียว ทุกคนจึงเข้าใจว่าแฮรี่มีพลังบางอย่าง ที่ทำลายโวลเดอร์มอร์ (แต่ความจริงเป็นลิลลี่) และมีแต่ดัมเบิลดอร์ที่รู้ความจริง และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ พี่สาวลิลลี่ฟังเพื่อขอร้องให้เธอรับเลี้ยงเด็กชายผู้รอดชีวิต

2月6日

เรื่องลึกลับในจุฬาลงกรณ์

เรื่องลึกลับในจุฬาลงกรณ์

1. "ล็อกเกอร์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์"
ที่นั่นเคยมีคนเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่บนล็อกเกอร์ทีแรก เห็นแต่ขา
แต่ว่าเมื่อมองขึ้นไปกลับไม่มีตัวตนอยู่เลย

2. "ห้องมืด (ห้องล้างฟิล์ม) ของคณะนิเทศศาสตร์ "

เรื่องมีอยู่ว่า....เมื่อก่อนมีรุ่นพี่คนหนึ่งได้เข้ าไปล้างฟิล์มในห้องนี้
แล้วไม่ได้กลับออกมาอีกเลย.... มีคนเข้าไปหาตั้งหลายครั้งแล้ว
แต่ก็ไม่มีใครพบ...ได้มีนิสิตรุ่นน้องต่อมาเล่าให้ฟั งว่า...
ยังมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอีก เช่น มีนิสิตได้เข้าไปล้างฟิล์มในห้องนี้
ขณะที่เข้าไปนั้นก็คิดว่าตนนั้นเข้าไปกับเพื่อน ก็มีการพูดคุยกัน
แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบจากเพื่อน... บอกให้หยิบของส่งให้ ก็มีคนหยิบส่งให้...
แต่พอออกมาเห็นเพื่อนของตนอยู่นอกห้อง
จึงได้รู้ว่า ตนเข้าไปคนเดียว......แล้วใครล่ะที่เป็นคนหยิบของส่ง ให้...
ยังคงเป็นปริศนาอยู่.............

3. "บันไดวน คณะเภสัชศาสตร์"

เป็นบันไดที่ปิดตายไม่ใช้แล้ว
มีคนเล่าว่ามีคนเคยเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวตลอดทั้งตัว ยืนอยู่ที่บันไดนี้

4. "ห้อง 415 หอพักนิสิตหญิงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"

เล่ากันว่าถ้าหากวันไหนตื่นขึ้นมาตอนดึกๆ
คนที่ตื่นขึ้นมาจะเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยมายืนอยู่ที่ป ลายเตียง

5. "ดาดฟ้าตึกพยาธิวิทยา"

ตอนดึกๆ หรือตอนเย็นๆ ใกล้ค่ำ
ถ้าหากมีใครขึ้นไปบนดาดฟ้าจะเห็นคนยืนนุ่งชุดสไบสีขา ว

6."ทางเดินระหว่างตึกของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์"

ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่า
สมัยก่อนมีสามีภรรยา นักการของคณะสถาปัตย์ได้ทะเลาะกัน
....ฝ่ายภรรยาได้เอาปืนยิงสามีจนเสียชีวิต....
....เลือดสาดไปทั่วหน้าห้องทางเดินนี้...........
ต่อมาเมื่อทางคณะได้มีการปรับปรุงพื้นชั้นหนึ่งได้มี การเทปูนไว้
แต่.......มีเฉพาะหน้าห้องนี้เท่านั้นที่ไม่ยอมแห้ง
ทิ้งไว้นานสักเท่าไรก็ไม่ยอมแห้ง
...ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันทุ กวันนี้........

=======================================

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับจุฬาลงกรณ์
1. "พระบรมรูป 2 รัชกาล"

เป็นพระบรมรูปที่เป็นที่เคาารพสักการะ
ของชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบุคคลทั่วไป
เป็นพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว (รัชกาลที่ 5)
และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่6)
ซึ่งมหาวิทยาลัยนี้ได้ใช้พระนามของพระบาทสมเด็จพระจุ ลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และผู้สถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมรูป 2 รัชกาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของนิสิตจุฬาลงกรณ์เป็น อย่างมาก
โดยที่หากนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนใด เดินเข้ามาในบริเวณมหาวิทยาลัย
และผ่านพระบรมรูป 2 รัชกาลนี้ จะพนมมือไหว้ เพื่อเป็นสิริมงคล
ทั้งในเวลาที่เข้ามหาวิทยาลัยและออกจากมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ถ้าหากใครมีเรื่องต้องการบนบานศาลกล่าว
ก็มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลการสอบของนิสิตนั่นเอง
เช่น ขอให้เกรดเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ขอให้ผลการเรียนไม่มี F
ขอให้ไม่ตกมีน (ค่ากลางของคะแนนแต่ละรายวิชา) เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีนักเรียนที่ต้องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เพื่อเข้าเป็นนิสิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็จะไปบ นบาน
กับพระบรมรูปของทั้ง 2 รัชกาล สิ่งที่มีการนำมาใช้บูชาพระบรมรูป 2 รัชกาลนี้
จะเป็น "ดอกกุหลาบสีชมพู" เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงโปรดปรานดอกกุหลาบสีชมพูเป็อย่างมาก
จึงมีการนำดอกกุหลาบสีชมพูมาใช้เป็นสิ่งที่ใช้ในการบ ูชา

2. "ศาลพระภูมิ หอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"

ศาลพระภูมินี้จะเป็นนที่สักการะบูชาของชาวหอพักนิสิต นี้ได้ตั้งขึ้น
พร้อมกับหอพักนิสิต โดยเฉพาะสำหรับนิสิตชั้นปีที่ 1ที่ผ่าน
ประเพณีการรับน้องใหม่รุ่นพี่จะพาน้องๆ มาไหว้ศาลแห่งนี้
เพื่อความเป็นศิริมงคล และเป็นการแสดงการฝากตัว
ประกอบกับความเคารพให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
เมื่อเข้ามาอยู่ในหอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อเดินผ่านศาลพระภูมิไม่ว่าจะเข้าหรือจะออกจาก
หอพักนิสิตนิสิตจะไหว้แสดงความเคารพเสมอ

3. " ศาลหลวงชัยอัศวรักษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์"

หลวงชัยอัศวรักษ์เป็นชื่อของคณบดีคนแรกของคณะสัตวแพท ยศาสตร์
ซึ่งท่านเป็นที่สักการะของนิสิตในคณะนี้มาก หลังจากนั้น
ท่านได้เสียชีวิตลงจึงตั้งศาลขึ้นที่คณะเพื่อเป็นที่ เคารพบูชาของชาวคณะ

4. "ศาลพระภูมิ คณะรัฐศาสตร์"

เป็นศาลที่ตั้งขึ้นมาพร้อมกับการแรกเริ่มตั้งคณะรัฐศ าสตร์
ซึ่งเล่ากันว่าในอดีตเจ้าที่ในบริเวณนี้มีความศักดิ์ สิทธิ์มาก
จนถึงกับต้องตั้งศาลเพิ่มขึ้นพร้อมกันถึง 5 ศาล
ต่อมาจึงลดจำนวนลงเหลือเพียงศาลเดียว ปัจจุบันศาลนี้เป็นที่สักการะของชาวรัฐศาสตร์
เมื่อถึงประเพณีการรับน้องใหม่รุ่นพี่จะนำรุ่นน้องมา สักการะ ณ ศาลแห่งนี้

5. "ต้นไทรใหญ่ ที่ลานไทร คณะรัฐศาสตร์"

เมื่อมีการนำผ้าไปผูกที่โคนต้นไม้ก็มักจะเข้าใจกันว่ าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเคารพสักการะ
หรือเคยมีปาฏิหารย์เกิดขึ้น โดยที่ต้นไทรคณะรัฐศาสตร์นี้เพิ่งจะมีการผูกผ้าสีได้ ไม่นานนัก
คือ ไม่ได้เริ่มตั้งแต่ก่อตั้งคณะซึ่งตั้งมากว่า 51 ปีแล้ว คนที่มาผูกผ้านี้ เข้าใจว่า
คงเป็นนิสิตของคณะที่เคยบนบานกับต้นไม้นี้หรือพูดลอย ๆ กับต้นไม้นี้ ว่า
ถ้าหากสอบผ่านแล้วจะเอาผ้าสีมาผูกต้นไม้
แล้วสอบผ่านจริงๆ ก็เลยมีการเอาผ้าสีไปผูกต้นไทร
อีกทั้งต้นไทรมีขนาดใหญ่และมีอายุมากจึงเป็นของศักดิ ์สิทธิ์ไปโดยปริยาย

6. "สัญลักษณ์ Rx คณะเภสัชศาสตร์"

อยู่ข้างลานบ่อน้ำพุตึกเภสัชเก่า ห้ามไม่ให้นิสิตเดินข้ามสัญลักษณ์นี้
เพราะถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธ์ของคณะ

7. "ถ" ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

จะมีสัญลักษณ์ "ถ" ในคณะ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำคณะ
และห้ามนิสิตข้ามหรือเดินเหยียบ เนื่องจากสัญลักษณ์ของคณะ
ถือว่าศักดิ์สิทธิ์และยังมีการห้ามเหยียบ "ถุง" ที่คณะนี้อีกด้วย

8. "ใบชงโค"

เป็นสัญลักษณ์ของคณะอักษรศาสตร์
จึงมีข้อห้ามไม่ให้เด็ดใบชงโค มิฉะนั้นจะโดนไล่ออก

9. "ลาน 4 เสาเทวาลัย"

ที่ 4 เสาเทวาลัยของคณะอักษรศาสตร์ที่เกิด
เพราะเป็นการสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ตึกเก่าตึกหนึ่ งของคณะอักษรศาสตร์
จะห้ามนิสิตขึ้นไปนั่งเล่น นอกจากจะใช้ในพิธีการสำคัญ
เช่น ประเพณีการรับน้องใหม่ หรือ การบูม 4 ทิศ เป็นต้น

=======================================

1. "สระน้ำจุฬาฯ"

เรื่องเกี่ยวกับสระน้ำจุฬาฯ ที่อยู่ด้านหน้าพระบรมรูป 2 รัชกาล
มีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่องคือ

1.1 "วันลอยกระทง" เชื่อกันว่าถ้าชาย-หญิงคนใด
ที่ยังไม่ได้เป็นคู่กันแล้ว ไปลอยกระทงร่วมกันแล้วจะได้เป็นคู่กัน
แต่ถ้าเป็นคู่กันแล้วไปลอยกระทงร่วมกันจะแยกกัน

1.2 ถ้าใครเดินผ่านสระน้ำจุฬาฯ แล้วเจอเต่าเป็นสัตว์ชนิดแรก
จะถือว่าโชคดี แต่ถ้าได้เจอตะพาบน้ำก่อนจะโชคร้าย
ยิ่งถ้าวันนั้นเป็นวันสอบเจอเต่าแล้วจะทำข้อสอบได้
แต่ถ้าเจอตะพาบน้ำข้อสอบจะยาก

2. "สระน้ำคณะวิทยาศาสตร์"

เชื่อว่าถ้าใครไปให้อาหารปลาที่สระน้ำข้างรอบคณะวิทย าศาสตร์
แล้วเจอเต่าแสดงว่าเย็นวันนั้นจะโชคดี มีเจ้ามือเลี้ยงข้าว

3. "ลานเกียร์"

ว่ากันว่าหนุ่มวิศวะคนใดเดินสะดุดในลานเกียร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์จะได้แฟนในคณะตัวเอง

4. "ป้ายคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี"

เล่าว่า หนุ่มคนใด ถ้าบังเอิญเจอจิ้งจกเกาะหลังป้าย
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จะได้แฟนอยู่คณะนี้

5. "ทางเดินระหว่างตึกคณะอักษรศาสตร์"

อยู่ในตึกเทวาลัยหนึ่ง เป็นโถงที่มีพื้นสีแดง
หากว่าใครไปสะดุดล้มที่นั่น จะได้แฟนเป็นสาวอักษร
(ทางที่ว่านี้ ปัจจุบันไม่ให้ใครเข้า)

6. "บันไดหน้าตึกขาวคณะวิทยาศาสตร์"

เดิมทีนั้นตึกขาวคณะวิทยาศาสตร์ เคยใช้เป็นที่เรียนของคณะแพทยศาสตร์
และที่ใต้บันไดเคยใช้เป็นที่เก็บอาจารย์ใหญ่ เชื่อกันว่าห้ามนิสิตปี 1
คณะวิทยาศาสตร์ เดินขึ้นบันไดนี้ มิฉะนั้นจะถูก Retire

7. "บันไดกลางคณะครุศาสตร์"

ที่คณะครุศาสตร์เชื่อกันว่าถ้านิสิตปี 1 เดินผ่านขึ้นลงบันไดกลางแล้วจะเรียนไม่จบ
แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้แล้วเดินผ่านก็ถือว่า "ผู้ไม่รู้คือผู้ไม่ผิด"

8. "บันไดหน้าคณะอักษรศาสตร์"

ห้ามนิสิตคณะอักษรศาสตร์ถ่ายรูปที่บันไดหน้าคณะอักษร ศาสตร์
เพราะเชื่อว่าจะทำให้เรียนไม่จบ และถ้าสำเร็จการศึกษาแล้วต้องไปถ่ายรูปที่นั่น
เพราะถ้าไม่ได้ถ่ายรูปที่นั่นเหมือนว่าเรียนไม่จบจริ งๆ

9. "อนุสาวรีย์เกียร์"

ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จะมีอนุสาวรีย์เกียร์
ซึ่งห้ามขึ้นไปนั่งหรือเหยียบ เพราะเชื่อว่า ถ้าทำแล้วจะโดนรีไทร์
1月26日

คลื่นรัก(ในหลวง)

 
คลื่นมหาชนล้นหลามงดงามยิ่ง   ไทยชายหญิงเด็กผู้ใหญ่เฝ้าในหลวง
ด้วยความรักภักดิ์ซึ้งผึ้งรักรวง   รักในหลวงเปรมปริ่มอิ่มอารมณ์
เสื้อสีเหลืองเนืองแน่นเป็นแผ่นพื้น   ดูดาษดื่นพระที่นั่งอนันต์นั้นสวยสม
นับเป็นล้านสานใจไทยเกลียวกลม  มือพนมปากขยายถวายพระพร
ทรงพระเจริญ เสียงสนั่นจิตหวั่นไหว   น้ำตาไหลรักพระองค์พระทรงศร
หกสิบปีที่ทรงรักษ์ราษฎร   ชาวไทยไร้ทุกข์ร้อนนอนสบาย
 
 
@^@ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ@^@
 
第 1 张,共 6 张
尚未添加列表。
尚未添加列表。